วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
     ปัจจุบันมีสุนัขที่เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร พบสุนัขที่เป็นโรคอ้วนมากถึง 20-30% ของประชากรสุนัขเลยทีเดียว แม้ในประเทศไทยยังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจังแต่น่าเชื่อได้ว่า คงจะมีจำนวนมากไม่แพ้กัน เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น เพราะคนเราเลี้ยงสุนัขดีขึ้น สุนัขได้กินอาหารที่ดีมากขึ้น? เพราะค่านิยมของเจ้าของที่ชอบน้องหมาอ้วนจ้ำม้ำน่ารักน่ากอดเหมือนตุ๊กตา? หรือเพราะว่าแท้จริงแล้ว เจ้าของไม่ทราบถึงหลักโภชนาการที่ถูกต้องสำหรับสุนัขกันแน่?  
 
     โรคอ้วนในสุนัข คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมไขมันส่วนเกินมากเกินไป โดยนิยามแล้วสุนัขที่จัดว่าเป็นโรคอ้วนต้องมีน้ำหนักตัวมากกว่า 30 % ของน้ำหนักมาตรฐานของแต่ละพันธุ์ หรือมีคะแนนรูปร่าง (Body condition score) อยู่ที่ระดับ 5 ใน 5 โดยพบว่ามีไขมันหนาสะสมอยู่ตามบริเวณแผ่นหลังและโคนหาง มองไม่เห็นเอว จับหรือคลำกระดูกซี่โครงหรือกระดูกสะโพกไม่ได้ สุนัขมีนิสัยกินเก่งมาก กินไม่หยุด กินทั้งวัน เดินอุ้ยอ้าย เชื่องช้า เฉื่อยชา ขี้เกียจ ไม่ทนต่อการออกกำลังกายและเหนื่อยง่าย 
 
     โรคอ้วนนอกจากจะทำให้รูปร่างของน้องหมาไม่สวยงามแล้ว ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพตามมามากมาย เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคกระดูกและข้อ โรคผิวหนัง โรคเนื้องอกและมะเร็ง โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคเบาหวาน โรคระบบต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) โรคตับอ่อนอักเสบ มีความเสี่ยงในการวางยาผ่าตัดมากกว่าสุนัขทั่วไป และทำให้มีอายุสั่นลงด้วย 

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สุนัขเป็นโรคอ้วน

 
     เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคอ้วนเกิดจากการที่สุนัขกินอาหารมากเกินความต้องการในแต่ละวัน เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการได้รับพลังงานเข้าสู่ร่างกายกับการใช้พลังงานออกไป ทำให้พลังงานส่วนเกินนี้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยสุนัขที่เป็นโรคอ้วนอาจมีปัจจัยเสี่ยงมาจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้
 
     1. พันธุกรรม

     พันธุ์ของสุนัขที่มีแนวโน้มเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้ง่าย ได้แก่ Beagles, Labrador retrievers, Golden Retriever, Collie, Rottweiler, Pug, Chow Chow, Cocker spaniels, Basset hounds, Cairn Terrier, Dachshund, Cavalier King Charles, Scottish terriers, Shetland sheepdogs, Bull dog, West highland white terriers, Bernese Mountain Dog, Newfoundland, Saint Bernard ฯลฯ
 
     2. ช่วงวัย

     สุนัขที่โตแล้วจะมีความต้องการพลังงานที่ลดลง ในขณะที่อัตราการเผาผลาญของร่างกายก็จะลดลงเช่นกัน ถ้าอาหารที่ได้รับไม่ลดลงตามไปด้วยก็ส่งผลให้สุนัขมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งเมื่อแก่ตัวขึ้นความอยากเล่น อยากออกกำลังกายก็ลดลง บางรายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระดูกและข้อต่อร่วมด้วย จึงไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย กินอย่างเดียว สุดท้ายก็กลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด โดยพบว่าสุนัขที่มีอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป เป็นโรคอ้วนมากถึง 30-40 %

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
    3. เพศ

     สุนัขเพศเมียมีแนวโน้มเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้ง่ายกว่าเพศผู้ ในอัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียที่เป็นโรคอ้วน คือ 40:60 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรูปแบบการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่ต่างกันในแต่ละเพศ
 
    4. การทำหมัน

    ให้ทำความเข้าใจก่อนว่า “การทำหมันไม่ได้ทำให้สุนัขอ้วน” แต่หลังจากสุนัขทำหมันจะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศลดลง และมีการเผาผลาญพลังงานลดลงหรือช้าลงไป หากเราให้อาหารในปริมาณที่เท่าเดิมหรือมากขึ้น ย่อมส่งผลให้น้องหมาเป็นโรคอ้วนได้ อีกทั้งพลังงานที่ร่างกายต้องใช้อยู่เป็นประจำในช่วงของวงรอบการเป็นสัดกลับไม่ได้ใช้ตามปกติ จึงถูกสะสมในร่างกายก่อให้เกิดโรคอ้วนขึ้น ในตัวผู้พฤติกรรมการหนีเที่ยวลดลงอยู่แต่ในบ้าน ก็ไม่ค่อยได้ใช้พลังงาน จึงอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนขึ้นได้เช่นกัน โดยทั่วไปสุนัขที่ทำหมันแล้วจะมีความต้องการพลังงานลดลงเฉลี่ย 30% ของความต้องการตามปกติ
 
     5. โภชนาการ

     โรคอ้วนมักสัมพันธ์กับจำนวนมื้อของอาหาร ปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และการกินอาหารระหว่างมื้อ โดยปกติอาหารสำเร็จรูปจะมีคำแนะนำปริมาณการใช้อาหารในแต่ละวัน ตามรูปร่างและน้ำหนักตัวของสุนัข ซึ่งเจ้าของส่วนใหญ่มักไม่ได้สังเกต จึงให้อาหารแบบตามใจ (ปาก) สุนัข รวมถึงให้กินขนมหรืออาหารที่คนกินมากเกินไปด้วย อาหารยิ่งมีไขมันมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความน่ากินมากเท่านั้น ดังนั้นจึงทำให้เกิดโรคอ้วนได้ง่าย

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
     6. การออกกำลังกาย

     สุนัขที่ขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสมย่อมทำให้มีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้ง่าย โดยพบว่าสุนัขที่เลี้ยงอยู่ตามอาพาร์ตเม้นและคอนโดเป็นโรคอ้วน 31% ในขณะที่สุนัขที่เลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นในสนามหญ้าเป็นโรคอ้วน 23% 
 
     7. โรคภัยไข้เจ็บที่สุนัขเป็น

     โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างอาจส่งผลทำให้น้องหมากลายเป็นโรคอ้วนตามมาได้ เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Hypothyroidism) ภาวะต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนมากเกินไป (Hyperadrenocorticism หรือ Cushing's Syndrome) เป็นต้น
 
     8. ยาที่ได้รับ

     ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคบางอย่างให้กับน้องหมาอาจส่งผลให้สุนัขกินเก่งขึ้น เช่น ยาระงับอาการชักบางตัว หรือยาบางชนิดจะกระตุ้นเกิดการสะสมไขมันและน้ำตาลบริเวณหน้าท้องและทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ( Steroide) 
Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
     9. สุนัขถูกเลี้ยงตัวเดียวในบ้านหรือเป็นสุนัขจ่าฝูง

     สุนัขที่เจ้าของเลี้ยงเพียงตัวเดียวย่อมได้รับอาหารเต็มที่จากเจ้าของและสมาชิกคนอื่นๆ ภายในบ้าน เช่นเดียวกับสุนัขที่เป็นจ่าฝูงย่อมจะได้กินอาหารก่อนและมักแย้งกินอาหารจากสุนัขตัวอื่นๆ ในฝูงอีก
 
     10. เจ้าของหรือผู้เลี้ยง

     การที่เจ้าของหรือผู้เลี้ยงอ้วน จะมีแนวโน้มทำให้สุนัขอ้วนได้เช่นกัน เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตของสุนัขย่อมไม่ต่างจากเจ้าของ เจ้าของที่อ้วนมักจะคิดว่าสุนัขที่อ้วนไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร รูปแบบการใช้ชีวิตทั้งการกินและการออกกำลังของของสุนัขและเจ้าของอาจไม่ต่างกัน 
 
     อย่างไรก็ดี สุนัขแต่ละตัวมีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคอ้วนแตกต่างกันไป เมื่อน้องหมาของเราเป็นโรคอ้วนเสียแล้ว เราจะมีวิธีจัดการอย่างไร วันนี้ มุมหมอหมา มีคำแนะนำมาฝากครับ
 

การจัดการโรคอ้วนในสุนัข


     • เจ้าของต้องตระหนักก่อนว่า “น้องหมาของเรากำลังป่วย” ป่วยด้วยโรคอ้วนและจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษา เพราะโรคอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ที่จะตามมาอีกมากมาย เจ้าของต้องร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมสัตวแพทย์ และถือเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาโรคอ้วนให้กับน้องหมา

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

     • หลักการรักษาโรคอ้วนจะยึดหลักอย่างง่ายๆ คือ  “ทำให้ร่างกายเกิด negative energy balance หรือ อยู่ในภาวะที่ความต้องการของพลังงานต่อวันไม่เพียงพอ” โดยให้ปริมาณพลังงานที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าปริมาณพลังงานที่ใช้ออกไป พูดง่ายๆ ก็คือ กินอาหารที่มีพลังงานต่ำๆ (แคลอรี่น้อย) และออกกำลังกายให้เยอะๆ ร่างกายก็จะได้เผาผลาญเอาไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้เป็นพลังงาน
   
     • น้องหมาจะได้รับปริมาณอาหารตามพลังงานจากการคำนวณตามสูตร ซึ่งโดยเฉลี่ยระดับพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน (Daily Energy Requirement ; DER) สำหรับใช้ในการลดน้ำหนักนั้น ค่า DER ควรอยู่ในระดับ 0.6 RER ถึง 1.0 RER โดยการลดน้ำหนักในช่วงแรกๆ จะเริ่มที่ 1.0 RER ก่อน แล้วค่อยๆ ลดลงจนเหลือ 0.6 RER หากเป็นอาหารสำเร็จรูป จะมีตารางเปรียบเทียบปริมาณอาหารที่สุนัขต้องกินต่อวันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องคำนวณเอง
 
     หมายเหตุ ค่า Resting energy requirement (RER) = 70×(น้ำหนักตัว (กก.))0.73-0.75 หรือ
                                     อาจจะคิดจากสูตรง่ายๆ RER  = (30×น้ำหนักตัว (กก.)) + 70 
            
                     หน่วยเป็น กิโลแคลอรี่ /วัน แต่สูตรล่างจะได้ค่าพลังงานมากกว่าสูตรบน
 
     • การให้อาหารควรแบ่งให้วันละ 2-4 มื้อ โดยแบ่งให้จากพลังงานที่คำนวณได้ต่อวัน การแบ่งให้วันละหลายๆ มื้อมีข้อดี คือ ช่วยกระตุ้นร่างกายให้เกิดการเผาผลาญอาหารได้ดีกว่าให้เพียงวันละมื้อเดียว อีกทั้งยังช่วยลดความหิวของน้องหมาได้มากกว่า

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

     • เป้าหมายของการลดน้ำหนัก คือ ไม่ควรลดเกิน 1-2% ของน้ำหนักเดิมต่อสัปดาห์  เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายสลายโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงาน โดยอาจใช้เวลาในการลดน้ำหนักมากกว่า 18 สัปดาห์ ซึ่งเราสามารถคาดคะเนจำนวนวันที่ต้องใช้ในการลดน้ำหนัก ได้จากการคำนวณ ดังนี้
 
     ยกตัวอย่าง ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากให้ลดน้ำหนัก 1 % ของน้ำหนักเดิมต่อสัปดาห์ ปัจจุบันสุนัข หนัก 10 กิโลกรัม ต้องการลดน้ำหนักลง 4 กิโลกรัม ให้เหลือน้ำหนักตัว 6 กิโลกรัม
 
                            ดังนั้น ในแต่ละสัปดาห์สุนัขจะลดน้ำหนักได้ = 10×1% 
                                                                                 = 0.1 กิโลกรัม (100 กรัม)
 
            หาก ตั้งเป้าให้ลดน้ำหนักจาก 10 กิโลกรัม ลงเหลือ 6 กิโลกรัม (ลดลงไป 4 กิโลกรัม)
 
             สรุป สุนัขตัวนี้จะต้องให้เวลาในการลดน้ำหนักทั้งสิ้น = 4÷0.1 = 40 สัปดาห์
 
     หมายเหตุ ในระหว่างเข้าโปรแกรมลดน้ำหนักการตั้งเป้าอาจปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของสุนัขและดุลยพินิจของสัตวแพทย์ในทีม

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
     • อาหารที่ใช้สำหรับการลดน้ำหนัก ปัจจุบันมีอาหารสำเร็จรูปที่ปรับแต่งสูตรสำหรับใช้ลดน้ำหนักโดยเฉพาะ โดยอาหารดังกล่าวจะจำกัดปริมาณพลังงาน (แคลอรี่) แต่ก็ยังคงมีสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน หรืออาจจะเลือกเป็นอาหารปรุงเองก็ได้ แต่จะค่อนข้างยุ่งยากในการคำนวณปริมาณพลังงาน ควรปรึกษาสัตวแพทย์ในทีมก่อนเลือกให้อาหารชนิดใด

     สำหรับอาหารสูตรลดน้ำหนักของสุนัขควรมีคุณสมบัติ ดังนี้
    
       - เป็นอาหารที่พลังงานต่ำ น้องหมากินได้มากแต่ได้พลังงานงานน้อย พูดง่ายๆ คือ "อิ่มแต่ไม่อ้วน" โดยทั่วไปจะลดปริมาณของไขมัน  ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต และเพิ่มปริมาณโปรตีน เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานแทน
    
       - เป็นอาหารที่มีการเพิ่มปริมาณกากใย (ไฟเบอร์) มากขึ้น เพื่อให้สุนัขรู้สึกอิ่ม และช่วยชะลอการย่อยและดูดซึมกลูโคสในลำไส้เล็ก เป็นการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลไปในตัว แหล่งอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าว ข้าวกล้อง ถั่วเขียว ถั่วแดง แครอท บร็อคโครี กระหล่ำปี ผักกาดขาว กล้วยน้ำว้า ผักต้ม ฯลฯ 
    
       - เป็นอาหารที่มีการเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการให้เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันการขาดจากการกำจัดปริมาณอาหาร
     
Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง
       - สารอาหารอื่นๆ ที่มักเสริมเข้าไป เพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ได้แก่
        
          1. แอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน ให้เป็นพลังงานมากขึ้น 
          2. Conjugated linoleic acid (CLA) ช่วยต้านการสร้างไขมันสะสมในร่างกาย
          3. โครเมียม ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด
          4. ไซเลียม ช่วยชะลอการดูดซึมกลูโคส ทำให้สุนัขรู้สึกอิ่มนาน
          5. Fructo-oligosaccharides (FOS) ช่วยคงระดับไขมันในกระแสเลือด
          6. วิตามินเอ ช่วยให้คงระดับของ leptin ในกระแสเลือด ซึ่ง leptin เป็นโปรตีนที่มีส่วนช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
          7. สารสกัดจากผลส้มแขก มีกรดผลไม้ AHA ช่วยในการลดการเกิดกระบวนการ lipogenesis ในตับ และช่วยลดการบริโภคพลังงานของร่างกาย
          8. สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี สารสีแคโรทีนอยด์ กรดอะมิโนทอร์รีน ฯลฯ ช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกาย
          9. กลูโคซามีนและคอนดรอยติน เป็นสารป้องกันการเสื่อมและชะลอการเสื่อมของกระดูกและข้อ
    
       - ลักษณะ รูปร่างและขนาดของอาหาร อาจจะต้องปรับสักเล็กน้อย เพื่อให้เพิ่มเวลาในการย่อยอาหารในกระเพาะ ร่ายกายจะได้ใช้พลังงานไปในการย่อยอาหารด้วย อีกทั้งยังเป็นการทำให้อาหารใช้เวลาอยู่ในกระเพาะได้นานขึ้น น้องหมาจะได้ไม่หิวบ่อย แต่อย่างไรก็ดี อาหารนั้นต้องไม่ย่อยยากมากเกินไป เพื่อมิให้เกิดอาการท้องอืดตามมา

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

     • ให้ระวังอาหารที่มีไขมันต่ำ แต่แท้จริงกลับมีปริมาณแคลอรี่สูง ซึ่งตรงนี้ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้การรักษาไม่ประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นควรต้องคำนวณปริมาณแคลอรี่ก่อนให้ ไม่ใช่ดูแค่เพียงปริมาณของอาหาร
  
     • การนำอาหารสูตรปกติทั่วไปมาใช้ในการลดน้ำหนัก โดยใช้วิธีการจำกัดปริมาณของอาหารที่กิน อันที่จริงสามารถทำได้ แต่อาจทำให้สุนัขรู้สึกหิวได้ง่าย สุนัขอาจขออาหารหรือแอบขโมยกินอาหาร ส่งผลให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จได้ อีกทั้งอาจเป็นสาเหตุให้น้องหมาหงุดหงิดและก้าวร้าวขึ้นได้จากการโมโหหิว  

     • ในการลดน้ำหนักควรหลีกเลี่ยงการอดอาหาร เนื่องจากจะทำให้สุนัขขาดสารอาหาร และลำไส้เสี่ยงต่อการติดเชื้อและจะมีปัญหาในการดูดซึมตามมาได้

     • การให้ขนมเป็นรางวัลเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสุนัขและเจ้าของสามารถให้ได้ แต่ควรเป็นขนมพลังงานต่ำ เช่น ขนมสำหรับลดน้ำหนัก แครอท ผักต้ม เป็นต้น

     • การออกกำลังกาย นอกจากจะเป็นการช่วยกำจัดพลังงานส่วนเกินออกไปจากร่างกายแล้ว ยังเป็นการรักษามวลของกล้ามเนื้อและมวลกระดูกไว้ด้วย ควรต้องทำควบคู่กับการจัดการอาหารเสมอสำหรับเวลาและรูปแบบของการออกกำลังกาย จะแตกต่างกันไปในแต่ละตัว ควรปรึกษาสัตแพทย์ในทีมก่อน

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

     • สำหรับสุนัขที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อต่อ อาจทำให้การออกกำลังกายไม่เต็มที่ บางตัวก็ไม่อยากออกกำลังกาย แนะนำว่าให้ออกกำลังกายด้วยวิธีวิ่งในลู่วิ่งใต้น้ำ หรือออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำแทนก็ได้ เพราะการออกกำลังกายในน้ำ มวลน้ำจะเป็นตัวช่วยรองรับน้ำหนักตัวไว้ส่วนหนึ่ง ทำให้แรงที่กระทำต่อกระดูกและข้อต่อลดลง น้องหมาจะไม่เจ็บปวด จึงสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้น 
  
     • เจ้าของควรจดบันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย น้ำหนัก และคะแนนรูปร่าง โดยอาจทำเป็นตารางหรือกราฟก็ได้ ควรชั่งน้ำหนักสุนัขทุกๆ 2 สัปดาห์ ไม่ควรชั่งบ่อยๆ เพราะเจ้าของอาจหมดกำลังใจได้ หากน้ำหนักยังไม่ลด ควรปรับเพิ่มการออกกำลังกาย และคำนวณปริมาณพลังงานที่ควรได้รับต่อวันใหม่

     • การใช้ยาในการช่วยลดน้ำหนักจะเป็นวิธีสุดท้าย โดยจะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ช่วยลดการดูดซึมไขมันที่ลำไส้หรือเป็นยาที่มีฤทธิ์ช่วยลดการสะสมของไขมัน การใช้ยาจะพิจารณาเป็นบางรายๆ ไป เนื่องจากการหยุดยาอาจพบสุนัขบางตัวมีน้ำหนักกลับมาเพิ่มอีก

Dogilike.com :: หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง

ทำอย่างไรไม่ให้สุนัขกลับมาเป็นโรคอ้วนอีก  

     การลดน้ำหนักถือว่ายากแล้ว การรักษาสภาพร่างกายไม่ให้กลับมาเป็นโรคอ้วนได้อีกถือว่ายากยิ่งกว่า เจ้าของต้องเฝ้าติดตามดูน้ำหนักและคะแนนรูปร่างของน้องหมาให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยๆ เดือนละครั้ง สุนัขยังควรต้องควบคุมอาหารตลอดไป โดยอาจปรับมาให้กินอาหารสูตรควบคุมน้ำหนักแทน ซึ่งให้ตามความต้องการพลังงานในแต่ละวัน ไม่ควรปรับเปลี่ยนมากินอาหารพลังงานสูงโดยภาระกาล อีกทั้งยังควรต้องมีตารางเวลาออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ ไม่ควรเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากนัก เพราะอาจทำให้น้องหมากลับมาอ้วนได้โดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญต้องพาไปพบคุณหมอเป็นประจำ เพื่อตรวจเช็คสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
 
     จะเห็นได้ว่าการจัดการกับปัญหาโรคอ้วนในสุนัข เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน เจ้าของต้องมีความอดทนและต้องใจแข็งเป็นอย่างมาก เพราะหากเผลอใจอ่อน ทนสายตาที่อ้อนวอนของน้องหมาไม่ไหว ก็อาจทำให้การรักษาไม่สำเร็จได้ ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า น้องหมาไม่ใช่คนตักอาหารใส่ชาม แต่เป็นเราต่างหากที่เป็นคนให้ ทีนี้ขึ้นอยู่กับใจของเราแล้วล่ะครับว่า อยากให้น้องหมาของเราเป็นโรคอ้วนหรือไม่
 
  

ชนิดของอาหาร


1.อาหารแห้ง หรืออาหารเม็ด
จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปที่ประกอบด้วยคุณค่าทางอาหารที่สมบูรณ์ มีความชื้น 6 - 10% ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นอาหารแห้งนั้น จะมีทั้งเมล็ดธัญพืช เนื้อวัว เนื้อไก่ ผลิตภัณฑ์จากปลา,นม ตลอดจนวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ นำมาผสมรวมกันในสัดส่วนที่เหมาะสมจะได้คุณค่าทางอาหารและพลังงานที่เหมาะกับสุนัขตามขนาดและความต้องการอาหาร ณ ช่วงนั้นๆ โดยจะผ่านขบวนการความสูญเสียของคุณค่าทางอาหารจะเกิดขึ้นเป็นบางส่วน วัตถุดิบอาหารที่ดีนั้นเมื่อนำมาผลิตเป็นอาหารเม็ดแล้วความสูญเสียส่วนนี้จะเกิดขึ้นน้อย
ข้อดี
1. มีคุณค่าทางอาหารสูง
2. ราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับอาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋อง
3. ความสูญเสียเนื่องมาจากการเน่าเสียของอาหารมีน้อย
4. มูลสัตว์ที่ออกสามารถเก็บทำความสะอาดง่าย
ข้อเสีย
ความน่ากินและรสชาติของอาหารเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋องแล้วด้อยกว่า


2. อาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋อง
จัดเป็นอาหารสำเร็จรูปซึ่งประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ เมล็ดธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ต่างๆ รวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ มีความชื้นสูงประมาณ 75% ซึ่งอาหารกระป๋องที่ดีควรจะมีวัตถุอาหารที่ครบถ้วนสมดุลและผ่านขบวนการผลิตทำให้สุกโดยความร้อนหรือไอน้ำซึ่งเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาได้
ดังนั้นการให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋องเพียงอย่างเดียวสามารถทำได้ แต่ค่อนข้างสิ้นเปลืองเมื่อเทียบกับพลังงานและคุณค่าอาหารที่สัตว์จะได้รับแล้ว สุนัขต้องกินอาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋องในปริมาณมาก ดังนั้นมีทางเลือกอีกอย่างหนึ่งคือ คลุกอาหารกระป๋องกับอาหารเม็ดเข้าด้วยกัน จะเพิ่มความน่ากินของอาหารเม็ดและลดการใช้อาหารสำเร็จรูปชนิดกระป๋องโดยทีสัตว์สามารถได้คุณค่าทางอาหารที่ดี
ข้อดี
สะดวก และมีความน่ากินสูง
ข้อเสีย
ราคาแพง และถ้ากินไม่หมดในแต่ละมื้ออาจเกิดการบูดเน่าได้


3. อาหารที่ปรุงแต่งขึ้นเอง
การปรุงอาหารสดให้สุนัขกินเองนั้นคำนวณสูตรและปริมาณการให้ค่อนข้างยาก เพื่อจะให้ครบถ้วนตามความต้องการของสุนัข ซึ่งปกติสุนัขเป็นสัตว์ที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์ เราจะสามารถผสมสูตรอาหารให้กินได้มากมาย สุนัขจะมีความชอบในการกินอาหารประเภทนี้มาก ซึ่งปัจจัยหลักคือการให้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งในทางปฏิบัติทำได้ยาก โดยทั่วไปเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขด้วยอาหารชนิดนี้ควรจะมีการเสริมวิตามินสำเร็จรูปในแต่ละมื้อ เพื่อเพิ่มปริมาณสารอาหารที่สำคัญซึ่งจะช่วยในการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ให้กับสุนัข
ข้อดี
1. สะดวก (ในบางกรณี)
2. ความน่ากิน
ข้อเสีย
1. สุนัขอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
2. การเน่าเสียของอาหาร จะส่งผลต่อสุขภาพของสุนัขได้
3. ทำให้สุนัขมีนิสัยเลือกกินอาหาร


4. ของว่างและขนมขบเคี้ยว
ขนมขบเคี้ยวของสุนัขนั้นปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล,มอลตีส,ชิสุ เป็นต้น ซึ่งเป็นการแสดงออกของความรักความผูกพันในอีกรูปแบบหนึ่งโดยมักไม่คำนึงถึงคุณค่าทางอาหารมากนัก สารอาหารในขนมขบเคี้ยวนั้นแต่ละบริษัทต่างปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติให้ถูกปากสุนัขมากที่สุด โดยอยู่ในรูปแบบของกระดูกปลอม บิสกิตสุนัข หรือเป็นชิ้นเนื้อ เบคอนต่างๆ ซึ่งใช้แต่งกลิ่นเป็นที่ชื่นชอบของสุนัขทั้งสิ้น ข้อดี ช่วยในการขัดฟัน ลดปัญหาหินปูนได้ หรือชะลอให้เกิดหินปูนช้าลง
ข้อดี
ช่วยในการขัดฟัน ลดปัญหาหินปูนได้ หรือชะลอให้เกิดหินปูนช้าลง


การให้อาหารลูกสุนัข


ลูกสุนัขแรกคลอดควรได้รับน้ำนมเหลืองจากแม่ (colostrum) โดยเร็วที่สุดหลังจากคลอดเพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่ามากที่สุด เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ มีแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างกระดูกและฟัน มีโปรตีนสูง สำหรับลูกสุนัขที่อ่อนแอ ผอมบางผิวหนังเหี่ยวย่น ตัวเย็น เยื่อเมือกและผิวหนังหน้าท้องและขามีสีออกม่วง ในสัปดาห์แรกควรให้กลูโคสและน้ำตับดิบช่วยวันละ 2 - 3 ซีซี และอาจจะให้วิตามินเสริม
แม่สุนัขจะมีปริมาณน้ำนมมากที่สุดในสัปดาห์ที่ 2 - 3 หลังคลอดแล้วปริมาณน้ำนมจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ และจะลดลงอย่างมากในสัปดาห์ที่ 5 - 6 ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงที่ลูกสุนัขหย่านม (weaning) อาหารแรกเริ่มที่เจ้าของจะให้ลูกสุนัขสามารถให้ตอนช่วงอายุ 5 - 6 สัปดาห์นี้ โดยอาจจะเริ่มให้เพียงเล็กน้อยก่อนในขณะที่ลูกสุนัขยังไม่หย่านม แล้วค่อยๆ เพิ่มประมาณอาหารตามลำดับ อาหารเริ่มแรกควรเป็นอาหารอ่อน บดละเอียด อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินดี และเป็นอาหารที่มีคุณค่าของโปรตีนสูง เจ้าของสุนัขอาจจะเติมวิตามิน หรือน้ำมันตับปลาควบไปด้วย คุณภาพอาหารที่ให้มีความเช่นเดียวกันกับการเพิ่มปริมาณอาหารโดยเฉพาะระยะแรกที่เริ่มหย่านม ปริมาณครั้งของการให้อาหารสามารถแสดงได้ดังนี้ :-
อายุหลังหย่านม - 5 เดือน
ให้อาหารวันละ 4 ครั้งในปริมาณพอเหมาะ
- อาหารโปรตีนสูง
- อัตราส่วน Ca : P = 1.2 : 1.0
- เสริมวิตามิน
อายุ 5 - 6 เดือน
ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง
- อาหารโปรตีนสูง
- อัตราส่วน Ca : P = 1.2 : 1.0
- เสริมวิตามิน A,D,B
สำหรับในลูกสุนัขที่ไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และควรให้สัตวแพทย์สอดท่อให้อาหารและให้อาหารสำหรับลูกสุนัขที่เหมาะสมไม่ควรให้ลูกสุนัขกินน้ำนมโคเพราะจะทำให้ท้องเสียและขาดน้ำได้ ดังนั้นการเลี้ยงดูลูกสุนัขกำพร้าหรือไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ควรใช้สูตรอาหารดังต่อไปนี้ :-
สูตรที่ 1
ใช้นมผงสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข
สูตรที่ 2
ผสมนม Evaporated Milk (ไม่ใช่ Skim Milk) 3 ส่วนกับน้ำ 1 ส่วน ป้อนให้ลูกสุนัขกิน หากมีอาการท้องเสียเกิดขึ้น ควรเจือจางน้ำนมลงไปอีก
สูตรที่ 3
ผสมอาหารกระป๋องลูกสุนัขสำเร็จรูป 2 ส่วนกับน้ำ 1 ส่วน แล้วปั่นให้เข้ากันก่อนนำไปเลี้ยงลูกสุนัข
สูตรที่ 4
ส่วนผสม
นมสด (Whole Milk) 1 ถ้วย
น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิตามินรวมสำหรับเด็ก 1 หยด
ไข่แดง 2 ฟอง
นำมาปั่นรวมกัน 1 นาที แล้วนำไปเลี้ยงลูกสุนัข
นอกจากนี้ยังต้องดูแลเรื่องของอุณหภูมิด้วย เนื่องจากลูกสุนัขปกติจะมีอุณหภูมิแรกคลอดประมาณ 96.8๐F และจะมีอุณหภูมิเท่ากับสุนัขโตเมื่อลูกสุนัขมีอายุประมาณ 4 สัปดาห์ (101-102๐F) ถ้าลูกสุนัขมีอุณหภูมิร่างกายต่ำควรให้ความอบอุ่นอย่างสม่ำเสมอทุก 1 - 3 ชั่วโมงจนอุณหภูมิคงที่


การให้อาหารในสุนัขโต
การให้อาหารแก่สุนัขที่โตแล้วอาจจะให้ 1 มื้อหรือ 2มื้อก็ได้ โดยความต้องการอาหารในสุนัขแต่ละพันธุ์จะไม่เท่ากัน เช่นดังแสดงในตาราง

ปริมาณอาหารสำเร็จรูปต่อวันสำหรับสุนัขที่โตเต็มวัย
พันธุ์สุนัข
แคลอรี่ที่ต้องการ
อาหารกระป๋องต่อมื้อ
อาหารกึ่งชื้น
อาหารแห้ง
พันธุ์ทอย 5 กก. เช่นยอร์กไชร์เทอร์เรีย
210 แคลอรี่
เนี้อ 105 กรัม ส่วนประกอบอื่น 35 กรัม
70 กรัม
60 กรัม
สุนัขขนาดเล็ก10 กก. เช่นเวตส์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรีย
590 แคลอรี่
เนื้อ 300 กรัม ส่วนประกอบอื่น100 กรัม
190 กรัม
170 กรัม
สุนัขขนาดกลาง 20 กก. เช่นค็อกเกอร์ สแปเนียล
900 แคลอรี่
เนื้อ 450 กรัม ส่วนประกอบอื่น150 กรัม
300 กรัม
260 กรัม
สุนัขขนาดใหญ่ 40 กก. เช่นเยอรมัน เชพเพิร์ด
1680 แคลอรี่
เนื้อ 850 กรัม ส่วนประกอบอื่น280 กรัม
545 กรัม
480 กรัม
สุนัขขนาดยักษ์ 80 กก. เช่นเกรตเดน
2800 แคลอรี่
เนื้อ 1,400 กรัม ส่วนประกอบอื่น460 กรัม
900 กรัม
800 กรัม
ข้อแนะนำสำหรับการให้อาหาร
1. อาหารสำเร็จรูปควรเลือกใช้ของบริษัทที่น่าเชื่อถือ
2. ห้ามให้อาหารที่เสียแก่สุนัข
3. จัดน้ำสะอาดไว้ให้ตลอดเวลา
4. ห้ามให้อาหารเลี้ยงแมวกับสุนัขเพราะมีโปรตีนสูงเกินไป
5. อาหารที่ให้ควรมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง
6. อาหารที่มีน้ำเป็นส่วนผสมที่กินเหลือไม่ควรเก็บไว้ในมื้อต่อไป
7. อาหารแห้งควรทิ้งวันต่อวัน
8. ไม่ควรปล่อยให้สุนัขอ้วนเกินไป
9. ห้ามให้กระดูกที่เปราะแก่สุนัขเช่น กระดูกไก่
10. สุนัขที่ไม่ยอมกินอาหารนานกว่า 24 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณบอกว่าสุนัขเจ็บป่วยจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์

สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ..

Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     โภชนาการอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโดยตรงสุขภาพร่างกายของสุนัข หากสุนัขได้รับอาหารที่ดีมีประโยชน์ก็จะมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แต่ถ้าหากสุนัขได้รับอาหารที่ไม่ดี ไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือเกินความจำเป็นของร่างกาย ก็จะส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งสุนัขอาจเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพในอนาคตได้ ... โดยเฉพาะกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่ต้องได้รับการดูแลเรื่องอาหารเป็นพิเศษเพราะสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ส่วนมากมักจะมีปัญหาเรื่องข้อต่อเมื่อเริ่มมีอายุมากขึ้น ...

     ฉะนั้น เทคนิคการเลี้ยงการดูแล วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยนำโภชนาการที่เหมาะสมกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ในแต่ละช่วงวัย ทั้งโภชนาการที่เหมาะกับลูกสุนัข สุนัขโตเต็มวัย และสุนัขสูงวัย  มาให้เพื่อนๆ ที่กำลังเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่อยู่แต่ยังไม่แน่ใจว่าอาหารที่ให้สุนัขกินทุกวันนี้เหมาะสมแล้วหรือยัง และเพื่อนๆ ที่กำลังคิดจะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ให้เข้าใจ เรียนรู้เรื่องโภชนาการที่เหมาะสมกับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่เพื่อเสริมสร้างให้สุนัขมีสุขภาพดี และมีอายุยืนยาวกันค่ะ

 

ลูกสุนัขวัยที่ต้องใส่ใจเรื่องโภชนาการเป็นพิเศษ


Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     แน่นอนว่า ถ้าผู้เลี้ยงอยากให้สุนัขสายพันธุ์ใหญ่ของผู้เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ การดูแลเรื่องอาหารการกินตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขก็ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจ เพราะลูกสุนัขเป็นวัยที่ต้องการคุณค่าทางโภชนาการพิเศษกว่าช่วงสุนัขโตเต็มวัยถึง 2 เท่า ...

     ผู้เลี้ยงควรดูแลและจัดการเรื่องอาหารให้กับลูกสุนัขตั้งแต่ลูกสุนัขเพิ่งหย่านมจากแม่สุนัข (อายุประมาณ 6-7 สัปดาห์) ไปจนถึงอายุ 15-18 เดือนที่สุนัขเริ่มโตเต็มวัย เพราะในช่วงวัยนี้ลูกสุนัขต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสมดุลเหมาะสมกับช่วงวัยเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโต พัฒนาสมองและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย  โดยผู้เลี้ยงควรเลือกซื้ออาหารเม็ดสำเร็จรูปสูตรสำหรับลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่มีโปรตีนสูงประมาณ 28-30% และมีแคลเซียม ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง  ดีเอชเอ ช่วยในการพัฒนาสมอง การเรียนรู้ ไขมัน เหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ รวมถึงซีลีเนียมที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคไข้หัดสุนัขและลำไส้อักเสบหลังจากลูกสุนัขฉีดวัคซีน ... สารอาหารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะช่วยเสริมสร้างให้ลูกสุนัขมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และมีภูมิคุ้มกันที่ดีค่ะ
 
Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     สำหรับการให้อาหารลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่หลังจากหย่านม ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ให้ผู้เลี้ยงนำอาหารเม็ดสำเร็จรูปสูตรสำหรับลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่มาผสมกับน้ำหรือนม (ควรเลือกเป็นนมแพะแทนนมวัว เพราะนมแพะมีไขมันและแคลเซียมสูงกว่านมวัว และไม่ทำให้ลูกสุนัขท้องเสีย) ให้ลูกสุนัขกิน โดยผสมในอัตราส่วนน้ำอุ่นหรือนม 1 ส่วนต่ออาหารเม็ด 3 ส่วน เพื่อเพิ่มความน่ากินและช่วยให้อาหารมีรสชาติยิ่งขึ้น และผู้เลี้ยงก็ควรจัดตารางการให้อาหารน้องหมาเป็นมื้อเล็กๆ 2-3 มื้อต่อวัน แทนการให้น้องหมากินอาหารทีละมากๆ เพียงครั้งเดียว ซึ่งการแบ่งย่อยมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายเวลาต่อวัน จะช่วยไม่ให้ระบบย่อยอาหารของลูกสุนัขทำงานหนักมากเกินไป และไม่ทำให้ลูกสุนัขท้องอืด และผู้เลี้ยงควรจำกัดเวลาให้ลูกสุนัขกินอาหารมื้อละไม่เกิน 30 นาที และควรให้อาหารแก่ลูกสุนัขในบริเวณพื้นที่เดิมและในเวลาเดิม เพื่อฝึกนิสัยการกินอาหาร และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ การทำความเข้าใจและตั้งกฏกติกากับสมาชิกในบ้านเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขโดยสมาชิกทุกคนจะต้องไม่ให้อาหารแก่ลูกสุนัขนอกเหนือจากมื้ออาหารที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระบบย่อยอาหารของลูกสุนัขผิดปกติ อาจทำให้ลูกสุนัขมีนิสัยเลือกกิน และมีนิสัยชอบขอหรือขโมยอาหารจากโต๊ะอาหารได้ค่ะ 

     และเมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ 4 เดือน ฟันน้ำนมของลูกสุนัขจะหลุดออกและค่อยๆ ทดแทนด้วยฟันแท้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะที่ผู้เลี้ยงจะให้ลูกสุนัขกินอาหารเม็ดแบบเพียวๆ โดยลดปริมาณน้ำที่ใช้ผสมอาหารเม็ดลงเรื่อยๆ จนไม่ต้องผสมอีกต่อไป  ซึ่งในช่วงแรกของการเปลี่ยนอาหาร ผู้เลี้ยงอาจจะผสมอาหารเปียกเข้าไปเล็กน้อยเพื่อความน่ากินก็ได้ค่ะ การปรับเปลี่ยนอาหาร ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน โดยสูตรอาหารยังคงเป็นสูตรสำหรับลูกสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ และให้น้องหมากินอาหารสูตรลูกสุนัขไปจนถึงอายุ 18 เดือนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารสูตรสุนัขโตนะคะ

 

สุนัขโตเต็มวัยกับโภชนาการที่เหมาะสม



Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     สำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่จะโตเต็มวัยที่ประมาณอายุ 18 เดือน โดยธรรมชาติแล้วสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ในช่วงวัยนี้มักจะมีความคล่องแคล่ว ชอบออกกำลังกาย และมีกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันค่อนข้างเยอะ จึงมีความต้องการพลังงานสูง และถึงแม้ว่าสุนัขจะเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยแล้ว แต่อวัยวะภายในของสุนัขก็ยังคงเติบโตและมีพัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น สุนัขโตเต็มวัยก็ยังต้องการคุณค่าทางโภชนาการอยู่เช่นเดิม ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรเลือกอาหารเม็ดสำเร็จรูปที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการด้านพลังงาน ควรมีโปรตีนอยู่ที่ประมาณ 23% - 26% แต่ควรลดอาหารประเภทที่มีส่วนผสมของไขมันในจำนวนมากๆ ลง เพราะอาจเกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย ที่อาจทำให้สุนัขมีปัญหาน้ำหนักเกินซึ่งจะส่งผลต่อข้อต่อและกระดูก โดยอาจจะเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของ แอล-คาร์นิทีน ที่จะช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกาย กลูโคซามีน ป้องกันไขข้ออักเสบ ฟอสฟอรัส ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กลูตามีน เสริมสร้างระบบทางเดินอาหารให้ดูดซึมสารอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิตามินดี แคลเซียม ที่เสริมสร้างให้สุนัขมีสุขภาพแข็งแรง มีโครงสร้างที่ได้สัดส่วนและรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อก็ได้ค่ะ

     สำหรับมื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขโตเต็มวัย ควรให้อยู่ที่ประมาณ 1- 2 มื้อต่อวัน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับน้ำหนักและกิจกรรมประจำวัน หากสุนัขมีกิจกรรมเยอะ เช่น ออกเล่นกีฬาล่าสัตว์ แข่งขันวิ่งข้ามสิ่งกีดขวาง หรือว่ายน้ำ ก็จำเป็นที่จะต้องให้ปริมาณอาหารที่มากขึ้นโดยแบ่งเป็น 2 มื้อต่อวัน คือแบ่งเป็นเช้า 1 มื้อ และเย็น 1 มื้อ โดยผู้เลี้ยงควรควบคุมปริมาณอาหาร ปริมาณแคลอรี่ให้เหมาะสมกับสุนัข (สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ทราบว่าสุนัขควรกินอาหารปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน ปังปอนด์ก็มีวิธีการคำนวณง่ายๆ มาฝากกันกับ โปรแกรมการคำนวณหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมต่อวันของสุนัข  ที่จะคำนวณจากน้ำหนักตัวของสุนัข เพียงแค่ผู้เลี้ยงเอาน้ำหนักตัวของน้องหมาไปกรอกลงในช่อง แล้วเลือกเปลี่ยนหน่วยเป็น กิโลกรัม โปรแกรมก็จำคำนวณปริมาณอาหารออกมาให้ค่ะ) และอย่าลืมที่จะให้อาหารสุนัขในบริเวณพื้นที่เดิมและช่วงเวลาเดิมเช่นเดียวกับตอนที่ยังเป็นลูกสุนัขเพื่อสร้างวินัยการกิน พร้อมกับหมั่นพาสุนัขไปออกกำลังกายอย่าง พาไปว่ายน้ำเพื่อ ฝึกทักษะคำสั่งขั้นพื้นฐานต่างๆ เช่น หยุด นั่ง สวัสดี เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสุนัขกันด้วยนะคะ
 
Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     นอกจากการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับสุนัขโตเต็มวัยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกตดูก้อนอึของสุนัขด้วยว่า หลังจากกินอาหารเข้าไปแล้วก้อนอึมีลักษณะ กลิ่น สี เป็นอย่างไร รวมถึงสังเกตดูการเจริญเติบโตและน้ำหนักตัวของสุนัขที่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อที่จะประเมินได้ว่า ร่างกายสุนัขสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ดีแค่ไหน เพื่อสุขภาพที่ดีของสุนัข เพราะสุนัขสายพันธุ์ใหญ่เป็นสุนัขที่ต้องได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพและควบคุมโภชนาการอย่างเคร่งครัด เพื่อสุนัขจะได้ไม่เป็นโรคอ้วนที่เป็นต้นตอสาเหตุการเกิดโรคต่างๆ และมีผลต่อช่วงอายุของสุนัขค่ะ

 

โภชนาการที่ดีสำหรับสุนัขสูงวัย


Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

       สำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไปเรียกได้ว่าเป็นสุนัขที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้ว ฉะนั้น ผู้เลี้ยงจึงต้องดูแลและควบคุมปริมาณอาหารให้สุนัขของผู้เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น โดยทั่วไปสุนัขสูงวัยมักจะใช้พลังงานน้อย ทำกิจกรรมระหว่างวันน้อยลง และใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการนอน จึงทำให้มีความต้องการพลังงานจากอาหารลดน้อยลงกว่าเดิมประมาณ 20% ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของสุนัขสูงวัย โดยลดอาหารประเภทไขมันที่มีพลังงานสูง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำหนักตัว ที่จะส่งผลต่อข้อและกระดูกที่ต้องรับน้ำหนักที่จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ  เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และส่งผลต่ออายุของสุนัข

     และปรับเปลี่ยนอาหารจากเมื่อก่อนที่ผู้เลี้ยงอาจจะเคยให้อาหารสำเร็จรูปแบบเม็ดใหญ่และแข็ง หรือเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก ก็ควรเปลี่ยนมาเป็นอาหารที่กินง่ายย่อยง่ายมากขึ้น เช่น เนื้อปลา ไก่ ผัก ผลไม้ หรืออาหารสำเร็จรูปสูตรสุนัขสูงวัยที่พัฒนาและมีส่วนประกอบที่เหมาะสมกับสุนัข ที่มีการเติมสารเสริมอาหารที่ช่วยในการรักษาสมดุลและเสริมสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กลูโคซามีน ที่ช่วยในการบำรุงข้อต่อให้น้องหมาเคลื่อนไหวดีขึ้น กรดไขมันโอเมก้า-3 มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบในร่างกาย ช่วยในการทำงานของระบบประสาท ฟอสฟอรัสต่ำ ช่วยการทำงานของไต วิตามินซีและวิตามินอี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ ที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่น้องหมาสามารถกินได้ง่ายแทนนะคะ
 
 Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

     โดยส่วนมากสุนัขสายพันธุ์ใหญ่อย่าง สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ลาบราดอร์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ และโดเบอร์แมน ฯลฯ เมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วมักจะพบโรคข้อต่ออักเสบมากกว่าพันธุ์อื่นๆ ซึ่งสาเหตุของโรคอาจเกิดจากการที่ผู้เลี้ยงเลี้ยงน้องหมาในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น เลี้ยงในบริเวณพื้นลื่นเกินไป บวกกับปัจัยเสริมต่างๆ ทั้งในเรื่องของ น้ำหนักส่วนเกิน อายุ และพันธุกรรม โดยสุนัขจะแสดงอาการต่างๆ เช่น เดินเชื่องช้าลง และขยับตัวลำบากขึ้น ซึ่งอาหารที่เหมาะกับสุนัขที่เป็นโรคข้อต่ออักเสบที่สัตว์แพทย์มักจะแนะนำให้สุนัขกินเพื่อช่วยในการรักษาคือ อาหารสำเร็จรูปสูตรรักษาและฟื้นฟูข้อต่อ หรือสูตร JM (Joint Mobility) ซึ่งเป็นอาหารสูตรที่ช่วยบำรุงสุขภาพข้อต่อและการเคลื่อนไหว ที่ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของ กลูโคซามีน  คอนดรอยติน และโอเมก้า 3 ที่จะช่วยลดการอักเสบและการบาดเจ็บของข้อต่อ และทำให้น้องหมามีรูปร่างสมส่วน มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงสมดุลค่ะ
 
Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

      นอกจากนี้ สุนัขสูงวัยส่วนใหญ่ยังพบว่า มักจะมีปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น ฟันและเหงือกอักเสบ มีหินปูน ฟันผุ จึงทำให้กินอาหารได้ลำบากและช้าลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัวลดลง และอาจเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมาได้ ผู้เลี้ยงจึงต้องเลือกชนิดของอาหาร และปรับสัดส่วนการให้อาหารต่อมื้อให้เหมาะสม โดยให้กินอาหารวันละ 2 เวลา และไม่ควรให้อาหารครั้งละมากๆ เพื่อช่วยเรื่องระบบการย่อย เพราะสุนัขสูงวัยจะมีกำลังในการย่อยอาหารอ่อนลง การให้อาหารในปริมาณมากๆ จึงเป็นการรบกวนอวัยวะต่างๆ ภายในให้ทำงานหนักขึ้น หรือผู้เลี้ยงอาจจะเพิ่มอาหารเสริมต่างๆ ให้สุนัขแต่ละตัวตามคำแนะนำจากสัตว์แพทย์ก็ได้ค่ะ 

     สำหรับสุนัขสูงวัย นอกจากผู้เลี้ยงจะดูแลเรื่องอาหารแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจไม่แพ้กันเพื่อให้สุนัขสูงวัยมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นนั่นก็คือ การพาสุนัขไปออกกำลังกายเบาๆ  ที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น พาสุนัขไปว่ายน้ำ หรือพาไปเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะในระยะทางสั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ การเดินออกกำลังกายจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ ได้สัดส่วนแข็งแรงขึ้น แถมยังช่วยให้สุนัขมีสุขภาพจิตดีด้วยค่ะ
 
Dogilike.com :: สุนัขพันธุ์ใหญ่กับโภชนาการที่เหมาะสม ...

      “โภชนาการอาหารมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของสุนัข” และ “การเลือกอาหารที่เหมาะกับช่วงวัยจะทำให้สุนัขมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ”  ... สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากให้สุนัขของตัวเองมีสุขภาพดี ปังปอนด์แนะนำว่า ให้ลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับด้านโภชนาการอาหารสำหรับสุนัข โดยดูว่ามีอาหารชนิดใดที่สุนัขควรรับประทานและไม่ควรรับประทาน รวมไปถึงหมั่นพาสุนัขไปตรวจสุขภาพประจำปีและพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อสุนัขจะได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาวนะคะ

เลือกสุนัขอย่างไรให้เหมาะสมกับตัวเอง

1. ขนาดสุนัข ซึ่งสุนัขมีด้วยกันกว่า 400 สายพันธุ์ ในเมืองไทยเรามีการนำเข้าสุนัขจากต่างประเทศน่าจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 สายพันธุ์ เนื่องจากขนาดของสุนัขมีอิทธิพลต่อหลายสิ่งมากที่สุด จึงจำเป็นต้องถูกพิจารณาเป็นข้อแรกเสมอครับ ในปัจจุบันเราแบ่งสุนัขได้ตามขนาดแบบง่ายครับ
เริ่มจากขนาดเล็กคือ Size S ซึ่งมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม อย่างพันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรีย พันธุ์ชิวาวา พันธุ์มิเนียเจอร์ พินเชอร์ พันธุ์ชิห์สุ สุนัขสายพันธุ์เล็กเหล่านี้เหมาะสมกับบ้านขนาดเล็ก และเหมาะกับผู้ใหญ่เลี้ยงมากกว่าเด็กเลี้ยงครับ เพราะเปราะบางและมีโอกาสบาดเจ็บได้ง่าย ต้องอาศัยคนทะนุถนอมหน่อยครับถึงจะเลี้ยงได้ดี
4fad3_picstopin.com.jpg
ถัดมาคือขนาดปานกลาง Size M สุนัขน้ำหนักอยู่ระหว่าง 11-20 กิโลกรัม สุนัขในกลุ่มน้ำหนักตัวขนาดนี้ก็มีมากมายเลยทีเดียว อย่างพันธุ์อิงลิช ค็อกเกอร์ สแปเนียล พันธุ์บาสเซต ฮาวนด์ พันธุ์ปั๊ก พันธุ์บอสตัน เทอร์เรีย พันธุ์เฟรนช์ บลูด็อก สุนัขในกลุ่มนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย อดทนแข็งแรงมากขึ้น และก็สามารถเลี้ยงกับเด็ก ๆ ได้ เหมาะสมกับบ้านขนาดเล็กอย่างทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์
578373_srandaweb.com
ถัดมาคือขนาดใหญ่ Size L สุนัขน้ำหนักตัวระหว่าง 21-45 กิโลกรัม สุนัขในกลุ่มน้ำหนักตัวขนาดนี้ เป็นสายพันธุ์ที่นิยมในบ้านเรามากที่สุดครับ เช่น พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ พันธุ์ร๊อตไวเลอร์ พันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด สายพันธุ์ในกลุ่มเหล่านี้เหมาะกับประโยชน์หลาย ๆ อย่าง ตัวโตน่าเกรงขาม ตัวโตน่ากอด ใจดีและมีระเบียบ ทำงานแทนคนได้ เหมาะสมกับบ้านที่มีพื้นที่ ไม่เหมาะกับบ้านที่เป็นทาวน์เฮาส์หรืออาคารพาณิชย์
0599bd7dba5c434ebc80 Found on keyakidori.com
กลุ่มสุดท้ายเป็นสุนัขขนาดยักษ์ Size XL สุนัขน้ำหนักตัวตั้งแต่ 46 กิโลกรัมขึ้นไป สายพันธุ์ที่มีเห็นในบ้านเราอย่าง พันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด พันธุ์เกรทเดน พันธุ์ฟิลา บราซิเลโร พันธุ์นโปเลียน มัสตีฟ สุนัขกลุ่มนี้ตัวใหญ่โตมโหฬารเลยทีเดียวครับ เหมาะสมกับบ้านที่กว้างมาก เป็นทุ่ง เป็นฟาร์ม เป็นโรงงาน
fbda027dca49bf2f6161def75f15b134
2. ชนิดของขนสุนัข ขนของสุนัขมีด้วยกันมากมายหลายประเภท เริ่มจากขนสั้นเตียน กำมะหยี่ ขนสั้นธรรมดา ขนลวด และขนยาวเป็นเส้นไหม ขนยาวสองชั้น ที่ต้องสนใจและต้องคิดเพราะสุนัขจะสวยหรือไม่ก็ต้องมาดูที่ขนกันนี่แหละครับ และถ้าอยากให้สุนัขสวยเราก็ต้องมีเวลาที่จะดูแลสุนัข ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะสอดคล้องกับนิสัยของเราด้วย เช่น ถ้าเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ เลี้ยงสุนัขพันธุ์ขนสั้นตัวโตอย่าง ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ไว้ก่อนก็ไม่น่าผิดหวัง ถ้าชอบสุนัขตัวเล็กขนสั้นก็อย่างพันธุ์บีเกิ้ล ชอบพันธุ์ขนลวดก็พุดเดิ้ลที่มีให้เลือกทุกขนาด นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ชเนาเซอร์ พวกขนยาวตัวเล็กอย่างชิห์สุ มอลทีส ยอร์กไชร์ เทอร์เรีย ส่วนพวกขนเตียนก็อย่างดัลเมเชียน บ็อกเซอร์ โดเบอร์แมน ชาร์ไป่ ไม่มีขนให้วุ่นวายก็พันธุ์ไชนีสเครสเตดไงครับ
ข้อที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือ ยิ่งเราเลี้ยงสุนัขพันธุ์ที่มีขนยาวเท่าไหร่ เรายิ่งต้องมีเวล่ในการดูแลรักษาขนของสุนัขมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นโปรดคิดดูให้ดีว่าเรามีเวลาหรือไม่
3. นิสัยใจคอของสุนัข สุนัขเป็นสัตว์ที่มนุษย์เราทำการผสมพันธุ์และคัดสายพันธุ์เพื่อให้มาอยู่กับเราอย่างเหมาะสมที่สุด คนเรายังมีนิสัยใจคอต่างกัน แต่สำหรับสุนัขถ้าเป็นสายพันธุ์ไหนก็จะมีนิสัยโดยรวมเป็นอย่างนั้น ซึ่งเราสามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ก่อนที่เราจะเลือกเอาสุนัขไปเลี้ยงเราก็ต้องทราบลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์ที่จะเลี้ยงเสียก่อน พันธุ์ไหนใจดี พันธุ์ไหนชอบเด็ก พันธุ์ไหนไม่ชอบเด็ก พันธุ์ไหนดุ พันธุ์ไหนมีระเบียบวินัยมาก เหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องมาพิจารณากันครับ สุนัขพันธุ์ที่ใจดีชอบเด็กก็มีมากมายครับ เช่น พันธุ์ปั๊ก พันธุ์บีเกิ้ล พันธุ์ชิห์สุ  พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ พันธุ์ที่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ชอบอยู่เงียบ ๆ ตัวเดียวอย่าง พันธุ์เชาว์ เชาว์ พันธุ์ชาร์ไป่ พันธุ์ที่ดูและมีระเบียบวินัยสูงอย่างพันธุ์ร็อตไวเลอร์ พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด พันธุ์โดเบอร์แมน เหล่านี้เป็นต้นครับ
4. กิจกรรมของท่านกับสุนัขสอดคล้องกันหรือไม่ อันนี้สำคัญมากเช่นกัน เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะชอบกิจกรรมต่างกันไปตามสายพันธุ์ ตามนิสัย และตามความจำเป็นของร่างกายพวกเขา ซึ่งถ้าพวกเขาทำกิจกรรมในแต่ละวันแล้วมันสามารถทำให้ตัวท่านมีความสุขด้วย อันนี้คงจะดีที่สุด ยกตัวอย่างครับ เราเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กอย่างชิห์สุ กิจกรรมที่สุนัขทำอาจจะเพียงนอนอยู่ใกล้ตัวท่าน ดูทีวีกับท่าน ไปไหนก็ไปด้วย ออกกำลังกายก็สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องพาไปนอกบ้านเพราะสุนัขมีขนาดเล็ก ท่านเองก็มีเวลา แถมมีเวลาแปรงขนเพลิน ๆ เวลาที่นั่งใกล้ ๆ กันอย่างนี้ล่ะดีเยี่ยม หรือสุนัขพันธุ์ใหญ่บางพันธุ์อย่างโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ท่านผู้เลี้ยงก็ต้องทราบว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ควรจะได้ออกกำลังกาย เพราะจะได้มีการบริหารข้อกระดูกและกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย เพิ่มความอดทนของการทำงานของหัวใจ อย่างนี้เจ้าของก็ต้องพาสุนัขออกกำลังกายวิ่งเล่นกันต่อเนื่องวันหนึ่งประมาณ 20 นาที ถ้าท่านทำไม่ได้ หรือท่านไม่ชอบ ไม่นึกว่าจะต้องทำ อย่างนั้นก็ไม่ควรเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ เพราะสุนัขจะอ้วนไว มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้
5. เวลาที่มีให้สุนัข หัวใจของการเลี้ยงสุนัขให้ได้ดี คือ การมีเวลาใส่ใจดูแลสุนัขของตนเอง สุนัขของเราเราก็ต้องสั่งสอนเขาด้วยตัวเองถึงจะดีที่สุด สุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์และรักเจ้าของครับ ถ้าเราเป็นเจ้าของที่ดี มอบความรักให้สุนัขของเราอย่างจริงใจและตั้งใจสุนัขเองก็คงมอบความรักกลับมาให้อีกมากมายหลายเท่า เราต้องมีเวลาดูแลเอาใจใส่สุนัขในเรื่องต่าง ๆ เช่น เวลาที่เราต้องดูแลรักษาสุขภาพของสุนัข หวีขน แปรงขน แปรงฟันให้ พาจูง พาวิ่ง เหล่านี้ล่ะครับที่เราต้องมาจัดสรรเวลาให้สุนัขของเรา ให้ข้อสังเกตนิดนะครับว่า สุนัขพันธุ์เล็กและขนยาวจะต้องให้เวลาเอาใจใส่ในความสวยงามมาก ๆ อย่างถ้าท่านเลี้ยงยอร์กไชร์ เทอร์เรีย หรือเลี้ยงชิห์สุ ท่านต้องมีเวลาแปรงขน ผูกจุกทุกวัน แต่ถ้าท่านเลี้ยงพันธุ์ปั๊ก พันธุ์ชิวาวา หรือพันธุ์มิเนียเจอร์ พินเชอร์ ท่านแทบไม่ต้องเสียเวลาในการแปรงขนเลย เพราะสุนัขเหล่านี้ขนสั้นจึงไม่มีปัญหา
6. การใช้ประโยชน์จากสุนัข ต้องถามตัวเองก่อนว่าเราเลี้ยงสุนัขเพื่อต้องการประโยชน์อะไรจากเขา ถ้าเลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงาสามารถใช้ได้ทุกพันธุ์ ถ้าเลี้ยงเพื่อใช้เฝ้าบ้านก็ต้องเลือกพันธุ์ที่มีสัญชาตญาณในการหวงแหนที่อยู่อาศัย และมีระเบียบวินัยเชื่อฟังคำสั่งเรา เนื้อตัวน่าเกรงขาม อย่างพันธุ์ร็อตไวเลอร์ พันธุ์บางแก้ว พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด ถ้าเราต้องการเลี้ยงเป็นเพื่อนคนแก่ เด็ก หรือคนพิการก็เลือกพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ พันธุ์คอลลี่ ถ้าต้องการให้ช่วยล่าหนูก็ต้องพวกดัชชุนด์ พันธุ์บางแก้ว ถ้าเราไม่ศึกษาประโยชน์ของสุนัขแต่ละสายพันธุ์เราจะผิดหวังไปที่เลือกซื้อเขาครับ
7. สถานภาพทางการเงินของผู้เลี้ยง ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่ต้องคิดหนักเช่นกัน เพราะการเลี้ยงดูสุนัขนั้นเราปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ค่าอาหาร ค่ายา ค่าสัตวแพทย์ ค่าตรวจดูแลรักษาสุขภาพ ค่าขนส่ง ถ้าเราไม่ได้ฉุกคิดก่อนเลือก เราอาจจะต้องเลี้ยงสุนัขด้วยความลำบาก เพราะสุนัขต้องกินอาหาร ต้องตัดขน ต้องฉีดยาตามอายุที่เหมาะสมหมุนเวียนกันไป การเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เล็กจึงประหยัดกว่าการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ และถ้าเทียบในกลุ่มเดียวกันจะพบว่าการเลี้ยงสุนัขขนสั้นจะเลี้ยงง่ายและประหยัดกว่าการเลี้ยงสุนัขขนยาวเช่นกัน
มาถึงตรงนี้หวังว่าคงจะได้ข้อคิดในการเลือกสุนัขมาเลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจคู่บ้านแล้วนะครับ ข้อควรจำอีกข้อในการไปหาเลือกซื้อสุนัขมาเลี้ยงคือ ท่านควรเดินสำรวจให้ทั่วเสียก่อน หากพบว่าสุนัขตัวไหนที่ผิดปกติแม้จะไม่ใช่ตัวที่ท่านจะซื้อ ผมแนะนำว่าถอยออกมาก่อนดีกว่า เพราะท่านอาจจะไปเจอสุนัขที่ป่วยไม่สบายก็เป็นได้ครับ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เลือก ของอย่างนี้ช้า ๆ ได้พร้าสองเล่มงานครับ